จัดบูธขนาด 3×3 เมตร ต้องใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง? พร้อมตัวเลขงบประมาณจริงที่ต้องเตรียม

จัดบูธขนาด 3×3 เมตร ต้องใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง? งบเท่าไหร่?

ไม่ว่าจะเป็นงาน Motor Expo, งาน THAIFEX, งาน Beauty Show หรืองานแสดงสินค้าตามศูนย์การค้าทั่วประเทศ พื้นที่ 9 ตารางเมตรนี้ดูเหมือนไม่มาก แต่ถ้าจัดอุปกรณ์ถูกประเภทและวางตำแหน่งถูกจุด จัดบูธขนาด 3×3 เมตร สามารถดึงดูดลูกค้าและปิดการขายได้ไม่แพ้บูธที่ใหญ่กว่าเลย

คำถามที่ได้ยินซ้ำๆ จากลูกค้าที่ติดต่อ PIM24 ทุกวันคือ “ออกบูธครั้งแรก ต้องเตรียมอะไรบ้าง?” และ “งบเท่าไหร่ถึงจะพอ?” บทความนี้จะตอบทั้งสองคำถามนั้นอย่างตรงไปตรงมา พร้อมตัวเลขงบประมาณจริงที่ใช้ได้จริง ไม่ใช่ตัวเลขในอากาศ

ก่อนเลือกอุปกรณ์ ต้องเข้าใจพื้นที่ 3×3 เมตรก่อน

บูธ 3×3 เมตรมีพื้นที่รวม 9 ตารางเมตร ฟังดูน้อย แต่ถ้าวางผังถูก มีพื้นที่ให้ทำงานมากกว่าที่คิด โดยทั่วไปบูธขนาดนี้มักมาพร้อมกับผนัง 3 ด้าน (ด้านหลังและ 2 ด้านข้าง) เปิดด้านหน้าให้ลูกค้าเดินเข้าได้

การจัดวางอุปกรณ์ที่ดีต้องคิดถึง 3 โซน คือโซนดึงดูดสายตาจากภายนอก (ป้ายและสื่อโฆษณา) โซนแสดงสินค้า (ชั้นวางและเคาน์เตอร์) และโซนปิดการขาย (โต๊ะ เก้าอี้ และสื่อสนับสนุน) ถ้าสามโซนนี้ครบและทำงานร่วมกันได้ดี บูธก็พร้อมดึงคนเข้าและปิดดีลได้

รายการอุปกรณ์ จัดบูธขนาด 3×3 เมตร แบบครบชุด

อุปกรณ์กลุ่มที่ 1 — ฉากหลังและป้ายหลัก (Backdrop)

แบ็คดรอปผ้าหรือ PVC ขนาด 3×2.4 เมตร คือหัวใจของบูธทุกขนาด ฉากหลังขนาด 3 เมตรเต็มความกว้างของบูธพอดี วางโลโก้แบรนด์และภาพสินค้าได้อย่างโดดเด่น มองเห็นได้จากระยะไกลก่อนลูกค้าเดินเข้ามาถึง

สำหรับบูธ 3×3 ที่เน้นถ่ายรูปหรือ Live Streaming แนะนำ แบ็คดรอปผ้า เพราะไม่มีแสงสะท้อน ภาพถ่ายออกมาสวยเรียบทุกมุม ส่วนบูธที่เน้นความสะดุดตาในงาน Outdoor หรือต้องการสีฉูดฉาดมากกว่า แบ็คดรอป PVC ตอบโจทย์ได้ดีกว่า

ราคาอ้างอิง: แบ็คดรอปผ้าเริ่มต้น 3,650 บาท | แบ็คดรอป PVC ราคาถูกกว่า

อุปกรณ์กลุ่มที่ 2 — ป้ายเสริมด้านข้างและด้านหน้าบูธ

โรลอัพ (Roll Up Banner) คือสื่อโฆษณาที่คล่องตัวที่สุดในบูธ ขนาดมาตรฐาน 85×200 เซนติเมตร วางด้านข้างบูธหรือด้านหน้าได้เลย ใช้แสดงรายละเอียดสินค้า โปรโมชัน หรือข้อมูลที่ต้องการให้ลูกค้าอ่านก่อนตัดสินใจ บูธ 3×3 มักใช้โรลอัพ 1–2 ต้น วางด้านข้างละ 1 ต้น

ธงชายหาด (Beach Flag) หรือธงญี่ปุ่น (J-Flag) วางด้านหน้าบูธ 1–2 ต้น ช่วยดึงสายตาจากคนเดินผ่านได้ดีมาก เพราะความสูงเกิน 2 เมตรทำให้มองเห็นได้แม้มีคนหนาแน่น เหมาะสำหรับงานที่มีบูธหนาแน่นและต้องการความโดดเด่น

สแตนดี้ (Standee) ป้ายตั้งพื้นทรงคนหรือรูปสินค้าขนาดเต็ม วางด้านหน้าบูธเพื่อดึงดูดและสร้างบรรยากาศ เหมาะสำหรับสินค้าที่ต้องการสื่อภาพลักษณ์ชัดเจน เช่น เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์สุขภาพ หรือแบรนด์ที่มี Mascot

ราคาอ้างอิง: โรลอัพ เริ่มต้นตามขนาดและจำนวน | ธงชายหาด / J-Flag ราคาต่อต้น | สแตนดี้ตามขนาดและวัสดุ

อุปกรณ์กลุ่มที่ 3 — เคาน์เตอร์บูธและโต๊ะจำหน่าย (Counter)

เคาน์เตอร์บูธ (Counter Booth) คือโต๊ะส่วนหน้าที่คั่นระหว่างพื้นที่ทีมงานกับลูกค้า ทำหน้าที่ทั้งเป็นพื้นที่วางสินค้าทดลอง พื้นที่รับชำระเงิน และยังพิมพ์กราฟิกแบรนด์ได้รอบตัวด้วย มีทั้งแบบโครงแข็งและแบบผ้าขึงโครงอะลูมิเนียม

สำหรับบูธ 3×3 ที่ต้องขายของและรับเงิน เคาน์เตอร์บูธ 1 ตัวเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เพราะถ้าไม่มีเคาน์เตอร์ ทีมงานจะไม่มีจุดยืนที่ชัดเจน และลูกค้ามักไม่รู้ว่าต้องไปติดต่อที่ไหน

โต๊ะชงชิม / บูธชงชิม เหมาะสำหรับแบรนด์อาหาร เครื่องดื่ม หรือสินค้าที่ต้องให้ลูกค้าทดลอง มีขนาดกะทัดรัด วางในบูธ 3×3 ได้พอดีโดยไม่เบียดพื้นที่

ราคาอ้างอิง: เคาน์เตอร์บูธ มีทั้งแบบโครงแข็งและแบบผ้า ราคาแตกต่างกันตามวัสดุ

อุปกรณ์กลุ่มที่ 4 — ชั้นวางสินค้าและ Display

ชั้นวางสินค้า (Shelf Display) สำหรับบูธที่ต้องจัดแสดงสินค้าหลายรายการ ชั้นวางช่วยให้สินค้าดูเป็นระเบียบ เข้าถึงง่าย และดึงดูดสายตา เลือกได้ระหว่าง โครงเหล็ก (3,190 บาท) ที่ทนทานและใช้ซ้ำได้นาน หรือ โครงกระดาษ (1,500 บาท) ที่น้ำหนักเบา พิมพ์กราฟิกได้เต็มพื้นที่ และเหมาะสำหรับงานที่ออกบ่อยแต่ต้องการเปลี่ยนดีไซน์ตามแคมเปญ

บูธ 3×3 ส่วนใหญ่ใช้ชั้นวาง 1–2 ชุด วางบริเวณด้านข้างหรือด้านหลังบูธ เพื่อเปิดพื้นที่ตรงกลางให้ลูกค้าเดินเข้ามาได้สะดวก

อุปกรณ์กลุ่มที่ 5 — สื่อสนับสนุนการขาย (Sales Support Materials)

กลุ่มนี้มักถูกมองข้ามแต่มีผลต่อยอดขายในบูธโดยตรง

โบรชัวร์ / แผ่นพับ แจกให้ลูกค้าที่สนใจแต่ยังไม่พร้อมซื้อ ช่วยให้แบรนด์อยู่ในมือลูกค้าหลังออกจากงานแล้ว เป็นสื่อที่ค่าใช้จ่ายต่ำแต่ ROI สูงมากถ้าออกแบบดีพอ

นามบัตร สำหรับทีมงานทุกคนในบูธ ลูกค้าที่ต้องการติดตามผลหลังงานจะได้ช่องทางติดต่อกลับ

ป้ายแท็กสินค้า / ป้ายราคา ช่วยให้ลูกค้าเช็คราคาและรายละเอียดได้เองโดยไม่ต้องรอถาม ลดภาระทีมงานและเพิ่มอัตราการตัดสินใจซื้อ

สติ๊กเกอร์ฉลากสินค้า สำหรับสินค้าที่ต้องแปะข้อมูล Lot, วันหมดอายุ หรือโปรโมชันพิเศษที่สั่งทำเฉพาะงาน

ประมาณการงบประมาณ จัดบูธขนาด 3×3 เมตร แบ่งตาม 3 ระดับ

ตัวเลขด้านล่างนี้คือประมาณการสำหรับบูธครั้งแรกที่ต้องซื้ออุปกรณ์ใหม่ทั้งชุด ครั้งต่อไปที่ใช้อุปกรณ์โครงเดิมแล้วสั่งพิมพ์ใหม่ ค่าใช้จ่ายจะลดลงมาก

แพ็กเกจประหยัด — งบรวม 8,000–12,000 บาท

เหมาะสำหรับบูธครั้งแรกที่ต้องการทดสอบตลาด หรืองานที่มีงบจำกัด

รายการราคาประมาณ
แบ็คดรอป PVC 3×2.4 ม.2,500–3,500 บาท
โรลอัพ 1 ชิ้น (85×200 ซม.)1,200–1,800 บาท
ชั้นวางสินค้ากระดาษ 1 ชุด1,500 บาท
โบรชัวร์ 500 แผ่น800–1,200 บาท
นามบัตร 1 กล่อง (100 ใบ)300–500 บาท
ป้ายแท็กสินค้า300–500 บาท
รวมประมาณ~7,600–9,000 บาท

หมายเหตุ: ยังไม่รวมค่าเช่าพื้นที่บูธ ค่าเดินทาง และค่าสินค้า

แพ็กเกจมาตรฐาน — งบรวม 15,000–25,000 บาท

เหมาะสำหรับแบรนด์ที่ต้องการบูธดูดีและมีครบ วางแผนออกงาน 2–4 ครั้งต่อปี

รายการราคาประมาณ
แบ็คดรอปผ้า 3×2.4 ม. พร้อมโครง3,650–5,000 บาท
โรลอัพ 2 ต้น2,400–3,600 บาท
ธงชายหาดหรือ J-Flag 1 ต้น1,500–2,500 บาท
เคาน์เตอร์บูธ 1 ตัว3,000–5,000 บาท
ชั้นวางสินค้าโครงกระดาษ 1 ชุด1,500 บาท
โบรชัวร์ 1,000 แผ่น1,200–2,000 บาท
นามบัตร + ป้ายแท็กสินค้า600–1,000 บาท
รวมประมาณ~13,850–20,100 บาท

แพ็กเกจพรีเมียม — งบรวม 30,000–50,000 บาท

เหมาะสำหรับแบรนด์ที่ออกงานบ่อยต้องการความคุ้มค่าระยะยาว และต้องการสร้างภาพลักษณ์ระดับมืออาชีพเต็มรูปแบบ

รายการราคาประมาณ
แบ็คดรอปผ้า 3×2.4 ม. คุณภาพสูง5,000–7,000 บาท
โรลอัพ 2 ต้น คุณภาพสูง3,600–5,000 บาท
ธงชายหาด + J-Flag รวม 2–3 ต้น3,000–5,000 บาท
เคาน์เตอร์บูธผ้าโครงอะลูมิเนียม5,000–8,000 บาท
ชั้นวางสินค้าโครงเหล็ก 1 ชุด3,190 บาท
สแตนดี้ตั้งพื้น 1 ต้น2,000–3,500 บาท
โบรชัวร์ 2,000 แผ่น + แผ่นพับ3,000–4,500 บาท
นามบัตร + สติ๊กเกอร์ + ป้ายแท็ก1,500–2,500 บาท
รวมประมาณ~26,290–43,690 บาท

แผนผังตำแหน่ง อุปกรณ์ในบูธ 3×3 ที่ได้ผลจริง

วางอุปกรณ์ผิดตำแหน่ง แม้ซื้อครบก็ไม่ได้ผล นี่คือแนวทางการจัดวางที่ใช้ได้จริงในบูธมาตรฐาน

ด้านหลังบูธ (Back Wall): วางแบ็คดรอปเต็มความกว้าง 3 เมตร เป็นฉากหลังที่มองเห็นจากทางเดินหลัก ควรมีโลโก้แบรนด์ขนาดใหญ่และภาพสินค้าหรือ Key Message ที่ดึงดูด

ด้านข้างซ้ายและขวา: โรลอัพด้านละ 1 ต้น วางชิดขอบบูธ แสดงรายละเอียดสินค้า โปรโมชัน หรือ Testimonial ช่วยดึงสายตาคนที่เดินผ่านจากด้านข้าง

ด้านหน้าบูธ: เคาน์เตอร์บูธ 1 ตัว วางตรงกลางหรือชิดด้านใดด้านหนึ่งตามการออกแบบ พร้อมป้ายชื่อแบรนด์หรือโปรโมชันติดที่ตัวเคาน์เตอร์

ด้านนอกหน้าบูธ: ธงชายหาดหรือ J-Flag 1–2 ต้น วางนอกเส้นบูธด้านหน้า ดึงสายตาคนเดินผ่านก่อนถึงบูธ

มุมในบูธ: ชั้นวางสินค้าวางในมุมหรือข้างผนัง เปิดพื้นที่กลางบูธให้ลูกค้าเดินเข้ามาสบาย ไม่อึดอัด

ข้อผิดพลาดที่ทำให้บูธ 3×3 เสียเงินฟรี

จากที่ PIM24 เห็นลูกค้าออกบูธมานาน ข้อผิดพลาดที่เกิดซ้ำๆ มีดังนี้

สั่งแบ็คดรอปขนาดเล็กกว่าพื้นที่จริง ถ้าแบ็คดรอปกว้าง 2.4 เมตรในบูธที่กว้าง 3 เมตร จะมีช่องว่างสองข้างที่ดูสะเปะสะปะ ควรสั่งขนาดตรงกับพื้นที่จริงเสมอ

ไม่มีพื้นที่ให้ลูกค้าเดินเข้า ยัดอุปกรณ์จนเต็มบูธ ลูกค้าไม่กล้าเดินเข้ามา บูธที่ดูดที่สุดคือบูธที่มีพื้นที่หายใจ ไม่แออัด

ลืมสื่อแจก ลูกค้าสนใจแต่ยังไม่พร้อมซื้อในงาน ถ้าไม่มีโบรชัวร์หรือนามบัตรให้ ก็แปลว่าสูญเสียโอกาสนั้นไปทันที

ส่งไฟล์ Artwork ผิดพลาด ทำให้อุปกรณ์พิมพ์ออกมาสีเพี้ยนหรือภาพแตก ควรตรวจสอบว่าไฟล์เป็น CMYK, Resolution ถูกต้อง และมี Bleed ก่อนส่งทุกครั้ง

สั่งช้าเกินไป อุปกรณ์พิมพ์ต้องการเวลาผลิต 3–7 วันทำการขึ้นไป ถ้าสั่งก่อนงานแค่ 1–2 วัน อาจได้ของไม่ทัน หรือต้องจ่ายค่า Rush ที่แพงกว่าปกติ

คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)

Q: บูธ 3×3 เมตร ต้องใช้แบ็คดรอปขนาดเท่าไร? A: ควรใช้แบ็คดรอปกว้าง 3 เมตร สูง 2.4 เมตร เพื่อให้เต็มความกว้างบูธพอดี ถ้าผนังบูธสูงกว่า 2.4 เมตร ให้สั่งตามความสูงจริงของผนัง แนะนำให้ถามผู้จัดงานก่อนสั่งผลิตทุกครั้ง

Q: บูธ 3×3 ควรใช้โรลอัพกี่ต้น? A: ขั้นต่ำ 1 ต้น แต่ที่ได้ผลดีที่สุดคือ 2 ต้น วางด้านข้างบูธละ 1 ต้น ช่วยปิดมุมมองด้านข้างและสร้างบรรยากาศบูธที่สมบูรณ์ขึ้น

Q: ต้องเตรียมงบเผื่อค่าเช่าพื้นที่บูธเพิ่มเท่าไร? A: ค่าเช่าพื้นที่บูธ 3×3 เมตรในงาน Exhibition ไทยอยู่ที่ประมาณ 8,000–30,000 บาทขึ้นไปต่องาน ขึ้นอยู่กับงานและทำเลบูธ ควรเตรียมงบส่วนนี้แยกต่างหากจากค่าอุปกรณ์

Q: อยากออกบูธครั้งแรก งบน้อย เริ่มจากอะไรก่อน? A: ลำดับความสำคัญคือ แบ็คดรอป → เคาน์เตอร์บูธ → โรลอัพ 1 ต้น → โบรชัวร์ นี่คือ Core Set ขั้นต่ำที่ทำให้บูธดูมีตัวตนและน่าเชื่อถือ เพิ่มอุปกรณ์อื่นได้ในงานถัดไปเมื่อมีงบมากขึ้น

Q: สั่งทำอุปกรณ์บูธต้องใช้เวลานานเท่าไร? A: โดยทั่วไป 3–7 วันทำการหลังยืนยัน Artwork ขึ้นอยู่กับจำนวนและประเภทสินค้า แนะนำให้สั่งก่อนงานอย่างน้อย 2 สัปดาห์เพื่อมีเวลาแก้ไขถ้าจำเป็น

Q: ถ้าออกหลายงานต่อปี ควรซื้ออุปกรณ์หรือเช่า? A: ถ้าออก 3 งานขึ้นไปต่อปี การซื้อคุ้มกว่าการเช่าทั้งในด้านต้นทุนและการปรับแต่งดีไซน์ให้ตรงกับแบรนด์ อุปกรณ์ที่ลงทุนครั้งเดียวอย่างโครงแบ็คดรอปและเคาน์เตอร์ใช้ได้หลายงาน เปลี่ยนแค่ผ้าพิมพ์ตามแคมเปญ

Q: PIM24 มีบริการออกแบบ Artwork ให้ด้วยไหม? A: มีบริการออกแบบสำหรับสินค้าหลายรายการ ทีมงาน PIM24 ช่วยวางเลย์เอาต์และตรวจสอบไฟล์ก่อนพิมพ์ ติดต่อสอบถามได้ที่ Line: @pim24

สรุป: วางแผนดี งบก็ไม่บาน

จัดบูธขนาด 3×3 เมตร ที่ออกมาดีไม่ได้แปลว่าต้องใช้งบมาก แต่แปลว่าต้องใช้งบที่ถูกที่ ซื้ออุปกรณ์ที่ตอบโจทย์จริง และวางตำแหน่งที่ถูกต้อง

สำหรับใครที่ออกบูธครั้งแรก แพ็กเกจมาตรฐาน 15,000–25,000 บาท คือจุดเริ่มต้นที่สมดุลระหว่างงบประมาณและคุณภาพที่ดีที่สุด ครบทั้งแบ็คดรอป โรลอัพ ธง เคาน์เตอร์ ชั้นวาง และสื่อแจก

PIM 24 โรงพิมพ์อุปกรณ์ออกบูธ เพื่อใช้ในงานโฆษณาแบบครบวงจร

โรงพิมพ์อุปกรณ์ออกบูธ งานพิมพ์ผ้า งานพิมพ์ Inkjet งานพิมพ์ Digital Offset งานพิมพ์ Offset กล่องแพ็คเกจจิ้ง สั่งผลิตจำนวนมาก ราคาพิเศษ เพื่อใช้ในงานการตลาดการขายและโฆษณาแบบครบวงจร

ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์ออกบูธคุณภาพ เช่น การทำ แบคดรอปผ้า (backdrop ผ้า), โรลอัพผ้า (roll up), กล่องไฟผ้า (fabric lightbox), เคาน์เตอร์ผ้า (fabric counter), ธงญี่ปุ่น (J-Flag), กล่องลูกฟูก, ฉลากสินค้า, กล่องแพ็คเกจจิ้ง ครบวงจรราคาดีที่สุด ผลิตเร็ว ราคาถูก ส่งรวดเร็ว คุณภาพมาตรฐานระดับสากล

สนใจสอบถามสินค้า >>> https://lin.ee/5CenwJj

☎️ โทร. ติดต่อฝ่ายขาย

081-247-3560 (Sale ใหม่)

081-247-3564 (Sale มด)

081-247-3565 (sale ตั้ม)

081-247-3562 (sale กานต์)

Share the Post: