ป้ายผ้าแขวนผนังบูธ ช่วยลดค่าใช้จ่ายงานอีเวนต์ระยะยาวอย่างไร

ป้ายผ้าแขวนผนังบูธ ช่วยลดค่าใช้จ่ายงานอีเวนต์ระยะยาวอย่างไร | PIM24

ป้ายผ้าแขวนผนังบูธ ช่วยลดค่าใช้จ่ายงานอีเวนต์ระยะยาวอย่างไร

ถ้าออกบูธมาสักสองสามปีแล้วยังรู้สึกว่าค่าใช้จ่ายในแต่ละงานสูงกว่าที่ควรจะเป็น แต่หาไม่เจอว่ามันรั่วไปตรงไหน ลองย้อนกลับไปดูรายการค่าใช้จ่ายครั้งที่ผ่านมา แล้วดูว่ามีรายการ “สั่งป้ายใหม่” อยู่ในนั้นบ่อยแค่ไหน

สำหรับหลายแบรนด์ที่ออกบูธบ่อย ค่าอุปกรณ์ที่สะสมตลอดปีนั้นสูงกว่าที่คิด และส่วนใหญ่มาจากการซื้อของใหม่ทุกครั้งที่ใช้ได้แค่งานเดียวแล้วทิ้ง ป้ายผ้าแขวนผนังบูธ คือหนึ่งในคำตอบที่ตรงกับปัญหานี้มากที่สุด และบทความนี้จะอธิบายว่ามันช่วยลดต้นทุนระยะยาวได้อย่างไรและเท่าไหร่

เข้าใจก่อนว่าค่าใช้จ่ายออกบูธจริงๆ มันอยู่ที่ไหน

คนที่เพิ่งเริ่มออกบูธมักคิดว่าค่าใช้จ่ายหลักคือค่าเช่าพื้นที่ ซึ่งจริง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด

ลองแยกออกมาให้ชัดขึ้น ค่าใช้จ่ายออกบูธโดยทั่วไปแบ่งเป็นสองกลุ่มใหญ่ กลุ่มแรกคือต้นทุนคงที่ที่ต้องจ่ายทุกงานไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม เช่น ค่าเช่าพื้นที่ ค่าเดินทาง และค่าแรงทีมงาน กลุ่มที่สองคือต้นทุนผันแปรที่ขึ้นอยู่กับว่าเลือกใช้อุปกรณ์แบบไหน

กลุ่มแรกลดได้ยาก แต่กลุ่มที่สองลดได้มากถ้าเลือกอุปกรณ์ให้ถูกประเภทตั้งแต่แรก และนั่นคือจุดที่ผ้าแขวนผนังเข้ามาเปลี่ยนสมการ

ต้นทุนที่แท้จริงของการใช้ป้ายแบบเดิมทุกงาน

ก่อนจะพูดว่าผ้าแขวนประหยัดได้เท่าไหร่ ขอให้เห็นภาพก่อนว่าต้นทุนสะสมของการใช้อุปกรณ์แบบทิ้งทุกงานนั้นหนักแค่ไหน

สมมติออกบูธ 6 ครั้งต่อปี แต่ละงานสั่งป้ายไวนิลหรือฟิวเจอร์บอร์ดใหม่สองสามชิ้นในราคาเฉลี่ย 1,500-2,500 บาทต่อชุด ค่าอุปกรณ์ป้ายรวมทั้งปีอยู่ที่ 9,000-15,000 บาท และทุกบาทในนั้นคือค่าใช้จ่ายที่ไม่มีมูลค่าเหลือหลังงานเสร็จ เพราะของพวกนั้นใช้แล้วทิ้งหมด

บางคนอาจบอกว่าไม่มากขนาดนั้น แต่ลองคิดต่อว่าถ้าออกบูธแบบนี้ไปสามปี ตัวเลขสะสมอยู่ที่ 27,000-45,000 บาท โดยที่ไม่มีอะไรเหลือเลยสักชิ้น

ป้ายผ้าแขวนผนังบูธ ผลิตด่วน 1-2 วัน ราคาถูก ราคาเริ่มต้นเพียง 1,700 บาทเท่านั้น ทำให้บูธของคุณ โดดเด่นกว่าบูธอื่นได้ง่ายๆ

ป้ายผ้าแขวนผนังบูธ เปลี่ยนสมการนี้อย่างไร

จากค่าใช้จ่ายรายงานสู่การลงทุนครั้งเดียว

ผ้าแขวนผนังทำงานด้วยตรรกะที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง แทนที่จะซื้อใหม่ทุกงาน คุณลงทุนครั้งเดียวกับโครงและผ้าชุดแรก แล้วในงานถัดไปสั่งเฉพาะผ้าพิมพ์ใหม่ถ้าธีมเปลี่ยน หรือใช้ผ้าชุดเดิมเลยถ้าข้อมูลยังตรง

ราคาเริ่มต้นของผ้าแขวนผนังอยู่ที่ประมาณ 1,700 บาท ซึ่งฟังดูไม่ต่างจากการสั่งป้ายทั่วไป แต่ความแตกต่างอยู่ที่ผ้าชุดนี้ใช้ซ้ำได้ 8-10 งานขึ้นไปถ้าดูแลถูกวิธี ในขณะที่ไวนิลหรือฟิวเจอร์บอร์ดมักอยู่ได้แค่งานหรือสองงานก่อนที่รอยย่นหรือความเสียหายจะทำให้ดูไม่ดีพอที่จะนำออกใช้อีก

เมื่อหารต้นทุนต่อการใช้งาน ตัวเลขเปลี่ยนอย่างเห็นได้ชัด

ถ้าลงทุนผ้าแขวนผนัง 1,700 บาทแล้วใช้ได้ 8 งาน ต้นทุนต่อครั้งอยู่ที่ประมาณ 212 บาท เทียบกับการสั่งป้ายใหม่ทุกงานที่ต้นทุนต่อครั้งอยู่ที่ 1,500 บาทขึ้นไป ความแตกต่างนี้ยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อนับรวมหลายปี

และถ้าบูธมีผ้าแขวนหลายผืน เช่น สามผืนปิดผนังทั้งหมด การใช้ซ้ำช่วยประหยัดได้สูงกว่านั้นอีกมาก เพราะแต่ละผืนที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้คือเงินที่ไม่ต้องจ่ายในงานถัดไป

สามวิธีที่ผ้าแขวนผนังช่วยลดต้นทุนในทางปฏิบัติ

วิธีที่หนึ่ง: ใช้ซ้ำได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนอะไรเลย

สำหรับแบรนด์ที่ข้อมูลหลักบนป้ายไม่ได้เปลี่ยนบ่อย เช่น โลโก้ สโลแกน และภาพสินค้าหลัก ผ้าแขวนชุดเดิมสามารถออกงานได้หลายครั้งโดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่มนอกจากพับเก็บหลังงานและซักเมื่อจำเป็น

นี่คือกรณีที่ประหยัดได้มากที่สุดเพราะต้นทุนเพิ่มเติมในงานถัดไปเป็นศูนย์ในส่วนของป้ายผ้าแขวน

วิธีที่สอง: เปลี่ยนเฉพาะผ้าเมื่อธีมงานเปลี่ยน

แบรนด์ที่ออกบูธในงานหลายประเภทหรือมีแคมเปญหมุนเวียนตามฤดูกาลอาจต้องการผ้าที่ต่างกันในแต่ละงาน วิธีที่ประหยัดที่สุดในกรณีนี้คือรักษาโครงเดิมไว้แล้วสั่งเฉพาะผ้าพิมพ์ใหม่ ซึ่งต้นทุนต่ำกว่าการสั่งชุดใหม่ทั้งหมดอย่างมีนัยสำคัญ

ถ้ามีโครงคุณภาพดีที่ใช้งานได้หลายปี ต้นทุนระยะยาวของการเปลี่ยนเฉพาะผ้าทุกงานยังต่ำกว่าการสั่งป้ายแบบทิ้งทุกครั้งอยู่ดี

วิธีที่สาม: สต็อกผ้าหลายชุดสำหรับโอกาสต่างกัน

แบรนด์ที่ออกบูธบ่อยและรู้ล่วงหน้าว่าจะออกงานประเภทไหนบ้างในปีนั้น สามารถสั่งผ้าพิมพ์ล่วงหน้าหลายชุดพร้อมกัน ซึ่งมักได้ราคาต่อชิ้นที่ดีกว่าการสั่งทีละชิ้นทุกครั้ง และมีผ้าสำรองพร้อมใช้เมื่อได้งานออกบูธกะทันหันโดยไม่ต้องรีบสั่งผลิตในราคาฉุกเฉิน

ต้นทุนที่มองไม่เห็นของการสั่งป้ายใหม่ทุกงาน

นอกจากตัวเลขค่าป้ายที่จ่ายตรงๆ ยังมีต้นทุนแฝงที่หลายคนมองข้ามแต่สะสมกันมากกว่าที่คิด

เวลาที่เสียกับการสั่งและตรวจรับของทุกงาน การสั่งป้ายใหม่ทุกครั้งหมายถึงต้องส่งไฟล์ รอตรวจ อนุมัติ รอผลิต และรอรับของซ้ำทุกงาน เวลาที่ใช้ในกระบวนการนี้แต่ละครั้งอาจไม่มาก แต่รวมกันทั้งปีคือเวลาหลายชั่วโมงที่ใช้ทำสิ่งที่มีคุณค่ากว่าได้

ความเสี่ยงในกรณีฉุกเฉิน ถ้าของมาไม่ทันหรือมาแล้วมีปัญหา บูธที่ไม่มีป้ายสำรองต้องออกงานโดยไม่พร้อม แต่ถ้ามีผ้าแขวนที่ใช้ซ้ำได้เก็บไว้ ความเสี่ยงนี้ลดลงมากเพราะมีตัวเลือกสำรองอยู่เสมอ

ค่ากำจัดขยะและผลกระทบสิ่งแวดล้อม เรื่องนี้อาจฟังดูออกไปจากเรื่องต้นทุนโดยตรง แต่สำหรับแบรนด์ที่ใส่ใจภาพลักษณ์ในระยะยาว การลดขยะจากวัสดุที่ใช้แล้วทิ้งคือส่วนหนึ่งของภาพลักษณ์แบรนด์ที่ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ

สิ่งที่ต้องลงทุนเพิ่มเพื่อให้ผ้าแขวนอยู่ทนจริงๆ

การที่ผ้าแขวนจะประหยัดได้ตามที่คาดนั้นขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาด้วย ถ้าดูแลไม่ดีผ้าก็เสื่อมเร็วและต้องสั่งใหม่บ่อยกว่าปกติ ซึ่งทำให้ความคุ้มค่าลดลง

การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดคือการดูแลหลังงาน

หลังงานเสร็จทุกครั้ง ถอดผ้าออกจากโครงก่อนเก็บเสมอ ม้วนหรือพับโดยเปลี่ยนแนวทุกครั้งเพื่อไม่ให้รอยพับซ้ำจุดเดิม เก็บในที่แห้งและไม่โดนแสงแดดโดยตรง และซักเมื่อเริ่มหมองด้วยโหมดถนอมผ้าที่อุณหภูมิต่ำ

สิบห้านาทีหลังงานเสร็จในทุกครั้งช่วยยืดอายุผ้าได้หลายงานและหลายพันบาทในระยะยาว

โครงที่ดีตั้งแต่แรกคือการลงทุนที่คุ้มสุด

ถ้าโครงพังเร็วเพราะคุณภาพต่ำ ต้องซื้อใหม่บ่อยและค่าใช้จ่ายก็วนกลับมาอีก การลงทุนกับโครงคุณภาพดีตั้งแต่ชุดแรกแม้ราคาสูงกว่าเล็กน้อย แต่ถ้าใช้งานได้สามถึงห้าปีโดยเปลี่ยนแค่ผ้า ต้นทุนรวมต่ำกว่ามากในระยะยาว

ป้ายผ้าแขวนผนังบูธ ผลิตด่วน 1-2 วัน ราคาถูก ราคาเริ่มต้นเพียง 1,700 บาทเท่านั้น ทำให้บูธของคุณ โดดเด่นกว่าบูธอื่นได้ง่ายๆ

เปรียบเทียบสามแนวทางสำหรับแบรนด์ที่ออกบูธบ่อย

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ลองเปรียบสามแนวทางที่เจ้าของแบรนด์มักเลือก

แนวทางที่หนึ่ง คือสั่งป้ายไวนิลหรือฟิวเจอร์บอร์ดใหม่ทุกงาน ต้นทุนต่องานดูไม่มากแต่สะสมเยอะ ไม่มีมูลค่าเหลือ และต้องใช้เวลาสั่งซ้ำทุกครั้ง

แนวทางที่สอง คือลงทุนผ้าแขวนผนังหนึ่งชุดแล้วใช้ซ้ำ ต้นทุนแรกสูงกว่าเล็กน้อยแต่ต้นทุนรวมต่ำกว่ามากในระยะยาว มีความยืดหยุ่นสูงและลดงานที่ต้องทำซ้ำทุกงาน

แนวทางที่สาม คือลงทุนโครงดีหนึ่งชุดและมีผ้าพิมพ์หลายชุดสำหรับธีมต่างกัน ต้นทุนเริ่มต้นสูงกว่าสองแบบแรก แต่เหมาะสำหรับแบรนด์ที่ออกบูธหลายงานต่อปีในหลายบริบท และให้ความยืดหยุ่นสูงสุด

ในระยะสามถึงห้าปี แนวทางที่สองและสามให้ต้นทุนรวมที่ต่ำกว่าแนวทางแรกอย่างมีนัยสำคัญ โดยที่คุณภาพและภาพลักษณ์บูธดีกว่าด้วย

คำถามที่ควรถามตัวเองก่อนตัดสินใจ

ก่อนที่จะเปลี่ยนมาใช้ผ้าแขวนผนัง มีคำถามง่ายๆ ที่ช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้น

ปีนี้วางแผนจะออกบูธกี่งาน ถ้ามากกว่าสามงาน การลงทุนกับผ้าแขวนที่ใช้ซ้ำได้คุ้มกว่าชัดเจน ถ้าน้อยกว่านั้นอาจต้องพิจารณาเพิ่มเติม

ธีมและข้อมูลบนป้ายบูธเปลี่ยนบ่อยแค่ไหน ถ้าเปลี่ยนทุกงานก็ยังคุ้มถ้าสั่งเฉพาะผ้าแทนที่จะซื้อชุดใหม่ทั้งหมด แต่ถ้าไม่เปลี่ยนเลยก็ยิ่งคุ้มกว่า

มีพื้นที่เก็บอุปกรณ์ไหม ผ้าแขวนพับเก็บในพื้นที่เล็กได้ จึงไม่ใช่ข้อจำกัดสำหรับคนที่มีพื้นที่จำกัด แต่ถ้ามีปัญหาเรื่องพื้นที่เก็บของจริงๆ ควรวางแผนตรงนี้ก่อน

บทสรุป: ลดต้นทุนระยะยาวได้จริง แต่ต้องเริ่มให้ถูกจุด

ป้ายผ้าแขวนผนังบูธช่วยลดค่าใช้จ่ายงานอีเวนต์ระยะยาวได้จริง แต่ผลลัพธ์สูงสุดจะเกิดขึ้นเมื่อลงทุนกับโครงที่ดีตั้งแต่แรก ดูแลผ้าหลังงานอย่างถูกวิธี และวางแผนการใช้งานให้สอดคล้องกับตารางออกบูธที่มีอยู่

สำหรับ SME และเจ้าของแบรนด์ที่ออกบูธเป็นประจำ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการประหยัดเงิน แต่คือการเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องอุปกรณ์บูธจากรายจ่ายที่หมดไปทุกงานให้กลายเป็นสินทรัพย์ที่สร้างมูลค่าขึ้นทุกครั้งที่ใช้

ถ้าอยากปรึกษาเรื่องขนาด รูปแบบ หรือวิธีเลือกโครงที่เหมาะกับการใช้งานซ้ำในระยะยาว ทักมาได้เลยที่ไลน์ @pim24

PIM 24 โรงพิมพ์อุปกรณ์ออกบูธ เพื่อใช้ในงานโฆษณาแบบครบวงจร

โรงพิมพ์อุปกรณ์ออกบูธ งานพิมพ์ผ้า งานพิมพ์ Inkjet งานพิมพ์ Digital Offset งานพิมพ์ Offset กล่องแพ็คเกจจิ้ง สั่งผลิตจำนวนมาก ราคาพิเศษ เพื่อใช้ในงานการตลาดการขายและโฆษณาแบบครบวงจร

ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์ออกบูธคุณภาพ เช่น การทำ แบคดรอปผ้า (backdrop ผ้า), โรลอัพผ้า (roll up), กล่องไฟผ้า (fabric lightbox), เคาน์เตอร์ผ้า (fabric counter), ธงญี่ปุ่น (J-Flag), กล่องลูกฟูก, ฉลากสินค้า, กล่องแพ็คเกจจิ้ง ครบวงจรราคาดีที่สุด ผลิตเร็ว ราคาถูก ส่งรวดเร็ว คุณภาพมาตรฐานระดับสากล

สนใจสอบถามสินค้า >>> https://lin.ee/5CenwJj

☎️ โทร. ติดต่อฝ่ายขาย

081-247-3560 (Sale ใหม่)

081-247-3564 (Sale มด)

081-247-3565 (sale ตั้ม)

081-247-3562 (sale กานต์)

Share the Post: