แท่นวางสินค้า คืออะไร มีกี่แบบ และเลือกแบบไหนให้เหมาะกับงานออกบูธและหน้าร้าน?

แท่นวางสินค้า มีกี่แบบ เลือกอย่างไรให้เหมาะกับบูธและร้านค้า ราคาเท่าไหร่? | PIM24

คำว่า “แท่นวางสินค้า” ในบริบทของการออกบูธและงานแสดงสินค้า ไม่ได้หมายถึงแค่โต๊ะสี่ขาธรรมดา แต่ครอบคลุมอุปกรณ์จัดแสดงสินค้าหลายประเภทที่มีหน้าที่แตกต่างกัน ทั้งโต๊ะชงชิมสำหรับให้ลูกค้าทดลองสินค้า เคาน์เตอร์บูธที่เป็นทั้งจุดรับสั่งซื้อและสื่อโฆษณา ไปจนถึงชั้นวางที่จัดเรียงสินค้าให้ดูโปรและหยิบง่าย

ทั้งหมดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อจุดประสงค์เดียวกัน — ทำให้ลูกค้าหยุดดู หยิบทดลอง และตัดสินใจซื้อ แต่แต่ละแบบทำงานต่างกันในสถานการณ์ที่ต่างกัน และการเลือกผิดประเภทมีต้นทุนซ่อนอยู่เสมอ

บทความนี้ PIM24 จะอธิบายแท่นวางสินค้าทุกประเภทในบริบทออกบูธ พร้อมราคาจริง วิธีเลือก และเหตุผลว่าทำไมแท่นวางสินค้าที่ดีจึงเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้บูธขายได้มากกว่าบูธข้างๆ

แท่นวางสินค้าในบริบทออกบูธ หมายถึงอะไรได้บ้าง?

เมื่อนักการตลาดหรือเจ้าของแบรนด์พูดถึง “แท่นวางสินค้า” สำหรับออกบูธ คำนี้ครอบคลุมอุปกรณ์หลัก 3 กลุ่มที่ทำงานต่างกัน

กลุ่มแรกคือโต๊ะชงชิมหรือบูธชงชิม ออกแบบมาให้ลูกค้าทดลองสินค้าได้โดยตรง ณ จุดนั้นเลย เหมาะกับสินค้าอาหาร เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์สุขภาพ และเครื่องสำอางที่ต้องการให้ลูกค้า Experience ก่อนตัดสินใจ

กลุ่มสองคือเคาน์เตอร์บูธ ทำหน้าที่เป็นทั้งพื้นที่ต้อนรับ จุดรับออร์เดอร์ และสื่อโฆษณาแบรนด์พร้อมกัน ตัวเคาน์เตอร์พิมพ์กราฟิกโลโก้ได้รอบทุกด้าน ทำให้เป็น POSM ชิ้นสำคัญที่ลูกค้าเห็นตลอดเวลาที่อยู่หน้าบูธ

กลุ่มสามคือชั้นวางสินค้าแบบตั้งพื้น จัดระเบียบสินค้าให้เป็นหมวดหมู่ วางในระดับสายตา หยิบได้ง่าย และสร้างความรู้สึก “เลือกได้เยอะ” ให้กับลูกค้า

ทั้งสามกลุ่มนี้ทำงานร่วมกันได้ดีในบูธเดียวกัน แต่ถ้างบประมาณจำกัด ต้องรู้ว่าแบบไหนสำคัญที่สุดสำหรับสินค้าและงานของตัวเอง

แท่นวางสินค้าประเภทที่ 1 — โต๊ะชงชิม / บูธชงชิม

โต๊ะชงชิมเป็นแท่นวางสินค้าที่ถูกออกแบบมาสำหรับการ Sampling และ Demo โดยเฉพาะ พื้นผิวโต๊ะสูงประมาณ 90–100 เซนติเมตร เหมาะกับการยืนทำงานของพนักงาน มีพื้นที่วางสินค้าทดลองและอุปกรณ์ต่างๆ บนหน้าโต๊ะ

สิ่งที่ทำให้โต๊ะชงชิมแตกต่างจากโต๊ะทั่วไปคือ พิมพ์กราฟิกแบรนด์บนตัวโต๊ะได้เต็มพื้นที่ ทั้งหน้าโต๊ะ ด้านข้าง และฝาปิด โลโก้ ชื่อสินค้า โปรโมชัน และภาพสินค้าพิมพ์ติดอยู่กับตัวแท่นวาง ทำให้ทุกคนที่ยืนอยู่รอบๆ เห็นแบรนด์อยู่ตลอดเวลา แม้กำลังชิมหรือทดลองสินค้าอยู่

เหมาะกับสินค้าและธุรกิจประเภทนี้:

สินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่มที่ต้องให้ชิมก่อนซื้อ ไม่ว่าจะเป็นชา กาแฟ ซอส น้ำผลไม้ หรืออาหารสำเร็จรูป การที่ลูกค้าได้ชิมจริงก่อนซื้อเพิ่มอัตราการปิดการขายได้มากกว่าการอ่านฉลากหรือดูภาพบนป้ายเพียงอย่างเดียว

ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเครื่องสำอางที่ต้องการให้ลูกค้าสัมผัสเนื้อสัมผัส ทดสอบกลิ่น หรือลองทาบนมือก่อนตัดสินใจ โต๊ะชงชิมสูงพอดีสำหรับ BA ยืนทำงานได้สะดวก และมีพื้นที่วางตัวอย่างสินค้าและอุปกรณ์สาธิตได้พร้อมกัน

อาหารเสริมและผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ต้องการ Educate ลูกค้าก่อนขาย โต๊ะชงชิมเป็นจุดที่ BA อธิบายสรรพคุณและสาธิตการใช้งานได้โดยมีแบรนด์เป็นฉากหลังตลอดเวลา

ราคาอ้างอิงที่ PIM24: เริ่มต้น 1,700 บาท

แท่นวางสินค้าประเภทที่ 2 — เคาน์เตอร์บูธ (Counter Booth)

เคาน์เตอร์บูธคือแท่นวางสินค้าที่ทำหน้าที่มากกว่าแค่ “ที่วางของ” มันคือ จุดศูนย์กลางของบูธ ที่ทีมงานยืนอยู่ ลูกค้ามาพูดคุย มาสั่งซื้อ และมาชำระเงิน ทั้งหมดเกิดขึ้นที่เคาน์เตอร์ชิ้นนี้

เคาน์เตอร์บูธที่ดีต้องพิมพ์โลโก้และกราฟิกแบรนด์รอบทุกด้านที่ลูกค้ามองเห็น เพราะตลอดเวลาที่ลูกค้ายืนคุยหรือรอชำระเงิน สายตาจะอยู่ที่เคาน์เตอร์ตลอด มันจึงเป็นพื้นที่โฆษณาที่ได้รับ Attention มากที่สุดในบูธ

เคาน์เตอร์บูธมีให้เลือก 2 แบบหลัก:

แบบโครงแข็ง มักทำจากไม้ MDF หรือวัสดุแข็งที่ติดกราฟิกด้านนอก แข็งแรง ทนทาน เหมาะกับการใช้งานซ้ำหลายงาน แต่น้ำหนักมากกว่าและขนย้ายยากกว่า

แบบผ้าขึงโครงอะลูมิเนียม โครงอะลูมิเนียมน้ำหนักเบา พับเก็บได้เป็นชิ้นเล็กๆ ขนไปต่างจังหวัดสะดวก ผ้าพิมพ์กราฟิกได้คมชัด และเมื่อต้องการเปลี่ยนดีไซน์ตามแคมเปญก็แค่สั่งพิมพ์ผ้าใหม่ ใช้โครงอะลูมิเนียมเดิม ประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้มาก

ขนาดมาตรฐานของเคาน์เตอร์บูธ ที่นิยมใช้ในงาน Exhibition ไทยมักมีความกว้าง 80–100 เซนติเมตร ความสูง 85–100 เซนติเมตร ความลึก 40–50 เซนติเมตร พอดีสำหรับการทำงานของทีมงาน 1–2 คน และวางบนโต๊ะที่ด้านบนได้ตามต้องการ

เหมาะกับบูธแบบนี้:

ทุกบูธที่มีการขายและรับชำระเงินต้องมีเคาน์เตอร์ เพราะถ้าไม่มีจุดที่ชัดเจน ลูกค้าจะไม่รู้ว่าต้องไปคุยกับใครและที่ไหน เคาน์เตอร์บูธสร้าง Flow การซื้อที่ชัดเจนและลดความสับสนในบูธได้มากที่สุด

แท่นวางสินค้าประเภทที่ 3 — ชั้นวางสินค้าแบบตั้งพื้น (Floor Display Stand)

ชั้นวางตั้งพื้นเป็นแท่นวางสินค้าที่จัดระเบียบสินค้าหลายชิ้นหลาย SKU ให้อยู่ในโครงสร้างเดียว ลูกค้าสามารถเดินดูและหยิบสินค้าเองได้โดยไม่ต้องรอทีมงาน ซึ่งเป็นพฤติกรรมการซื้อที่คนไทยส่วนใหญ่สบายใจกว่าการถูกนำเสนอโดยตรง

ชั้นวางแบบตั้งพื้นมีทั้งโครงเหล็ก (เริ่มต้น 3,190 บาท) และโครงกระดาษ (เริ่มต้น 1,500 บาท) โดยโครงกระดาษพิมพ์กราฟิกแบรนด์ได้เต็มพื้นที่ทุกด้านโดยไม่ต้องทำป้ายแยก เหมาะกับงานแคมเปญและแบรนด์ที่ต้องการเปลี่ยนดีไซน์ตามซีซัน ส่วนโครงเหล็กทนทานกว่า ใช้ซ้ำได้หลายปี เหมาะกับแบรนด์ที่ออกบูธบ่อย

เปรียบเทียบแท่นวางสินค้าทั้ง 3 ประเภท

หัวข้อโต๊ะชงชิมเคาน์เตอร์บูธชั้นวางสินค้า
ราคาเริ่มต้น1,700 บาทขึ้นอยู่กับแบบ1,500–3,190 บาท
หน้าที่หลักทดลองสินค้ารับออร์เดอร์ + โฆษณาจัดแสดงสินค้า
พิมพ์กราฟิกแบรนด์ได้ทุกด้านได้ทุกด้านได้เต็มพื้นที่ (โครงกระดาษ)
เหมาะกับสินค้าอาหาร, ความงาม, สุขภาพทุกประเภทสินค้าหลาย SKU
ลูกค้า Self-service ได้ไม่ / ต้องมีพนักงานบางส่วนได้เต็มที่
น้ำหนักและขนส่งเบา พกพาได้เบา (แบบผ้า)เบามาก (โครงกระดาษ)
ใช้ซ้ำได้หลายงานได้ โครงเดิมเปลี่ยนผ้าโครงเหล็กใช้ซ้ำได้

แท่นวางสินค้าแบบไหนเหมาะกับธุรกิจของคุณ?

ไม่มีคำตอบสำเร็จรูปว่าต้องใช้แบบไหน เพราะขึ้นอยู่กับลักษณะสินค้า พฤติกรรมลูกค้า และงบประมาณที่มี นี่คือแนวทางที่ช่วยตัดสินใจได้ชัดขึ้น

ถ้าสินค้าต้องให้ทดลองก่อนซื้อ เลือกโต๊ะชงชิมเป็นหลัก แล้วเสริมด้วยชั้นวางสำหรับสินค้าที่ซื้อกลับบ้านได้ทันที การที่ลูกค้าชิมแล้วชอบมักนำไปสู่การซื้อทันทีถ้ามีสินค้าพร้อมให้หยิบ

ถ้าสินค้าซื้อด้วยตัวเองได้ไม่ต้องอธิบายมาก ชั้นวางสินค้าเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุด เพราะลูกค้าจะเดินดูและหยิบเองโดยไม่ต้องรอ เคาน์เตอร์เป็นจุดชำระเงินอยู่แล้ว

ถ้าบูธเน้นขายและรับออร์เดอร์ เคาน์เตอร์บูธขาดไม่ได้ ต้องมีจุดที่ชัดเจนว่าลูกค้าจะมาคุยกับทีมงานที่ไหน

ถ้าต้องการครบทั้งสามอย่าง และงบจำกัด ลำดับความสำคัญที่แนะนำคือ เคาน์เตอร์บูธ → ชั้นวางสินค้า → โต๊ะชงชิม เพราะเคาน์เตอร์ช่วย Set ภาพลักษณ์บูธ ชั้นวางช่วยจัดแสดงสินค้า และโต๊ะชงชิมเป็นตัวเพิ่มอัตรา Conversion ได้มากที่สุดในขั้นถัดไป

4 เหตุผลที่แท่นวางสินค้าที่มีกราฟิกแบรนด์ดีกว่าแท่นวางเปล่าเสมอ

เจ้าของบูธหลายคนคิดว่าซื้อโต๊ะหรือชั้นวางทั่วไปแล้วเอาสินค้าวางก็พอ แต่ผลลัพธ์ที่ได้จะแตกต่างกันอย่างชัดเจน

เหตุผลที่หนึ่ง — แบรนด์ Consistency แท่นวางที่มีโลโก้และสีแบรนด์เดียวกับป้าย แบ็คดรอป และสื่อชิ้นอื่นๆ ในบูธสร้างความรู้สึกว่าแบรนด์นี้ “จริงจัง” และมีความเป็นมืออาชีพ ลูกค้าให้ความเชื่อถือกับแบรนด์ที่มี Visual Identity สม่ำเสมอมากกว่า

เหตุผลที่สอง — Communication ที่ไม่หยุด โต๊ะหรือชั้นวางเปล่าไม่ได้บอกอะไรเลย แต่แท่นวางที่มีกราฟิกบอกชื่อแบรนด์ จุดเด่นสินค้า โปรโมชัน และช่องทางติดต่อตลอดเวลา แม้ทีมงานกำลังคุยกับลูกค้าคนอื่น แท่นวางก็ยังทำงานแทนอยู่

เหตุผลที่สาม — ถ่ายรูปแล้วดูดีขึ้น ในยุคที่ลูกค้าถ่ายรูปแชร์ Social Media อยู่ตลอด แท่นวางที่มีกราฟิกสวยงามช่วยให้แบรนด์ได้รับการโฆษณาแบบ Organic โดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม แค่ลูกค้าถ่ายรูปกับสินค้าหน้าแท่นวาง โลโก้ก็ติดมาในรูปเองโดยอัตโนมัติ

เหตุผลที่สี่ — สร้าง Premium Perception สินค้าเดียวกันวางบนแท่นวางเปล่ากับวางบนแท่นวางที่มี Branding สวยงาม ลูกค้ารับรู้คุณค่าต่างกัน และพร้อมจ่ายราคาที่สูงกว่าสำหรับสินค้าที่ดูมีมูลค่ากว่า

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนสั่งทำแท่นวางสินค้า

ขนาดพื้นที่ที่มีในบูธ วัดพื้นที่จริงก่อนเสมอ แท่นวางที่ใหญ่เกินไปทำให้บูธอึดอัด แต่เล็กเกินไปก็วางสินค้าได้ไม่ครบ

น้ำหนักสินค้าที่จะวาง โดยเฉพาะสำหรับชั้นวาง บอกน้ำหนักต่อชิ้นและจำนวนสินค้าต่อชั้นให้ชัดเจน

ไฟล์ Artwork หรือ Brief กราฟิก ถ้ามีทีมออกแบบให้เตรียมไฟล์ AI/PDF CMYK พร้อม Bleed ถ้าไม่มี PIM24 มีทีมช่วยออกแบบให้

วันที่งาน แจ้งวันที่งานให้ชัดเจน ไม่ใช่แค่บอกว่า “เร็วๆ นี้” เพื่อให้ทีมงานวางแผนการผลิตและการันตีการส่งได้

จำนวนที่ต้องการ โดยเฉพาะถ้าต้องการหลายชิ้นสำหรับหลายสาขา จำนวนมีผลต่อราคาต่อหน่วยอย่างมาก

คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)

Q: แท่นวางสินค้าสำหรับออกบูถราคาเริ่มต้นเท่าไหร่? A: ขึ้นอยู่กับประเภท โต๊ะชงชิมเริ่มต้น 1,700 บาท ชั้นวางสินค้าโครงกระดาษเริ่มต้น 1,500 บาท ชั้นวางโครงเหล็กเริ่มต้น 3,190 บาท สอบถามราคาได้ที่ Line: @pim24

Q: โต๊ะชงชิมกับเคาน์เตอร์บูถต่างกันอย่างไร? A: โต๊ะชงชิมออกแบบมาสำหรับให้ลูกค้าทดลองสินค้า มีพื้นที่ทำงานบนหน้าโต๊ะสำหรับพนักงาน ส่วนเคาน์เตอร์บูถเป็นจุดศูนย์กลางของบูถที่ใช้รับออร์เดอร์ ชำระเงิน และโฆษณาแบรนด์ ขนาดและโครงสร้างต่างกัน แต่ใช้ร่วมกันในบูถเดียวกันได้

Q: แท่นวางสินค้าพิมพ์โลโก้แบรนด์ได้ไหม? A: ได้ทั้งโต๊ะชงชิม เคาน์เตอร์บูถ และชั้นวางโครงกระดาษ พิมพ์กราฟิกได้เต็มพื้นที่ทุกด้าน สำหรับชั้นวางโครงเหล็กต้องทำป้ายแยกมาติดเพิ่ม

Q: แท่นวางสินค้าออกบูถใช้ซ้ำได้ไหม? A: ได้ทุกประเภท โต๊ะชงชิมและเคาน์เตอร์บูถใช้ซ้ำได้หลายงาน เปลี่ยนผ้าพิมพ์เมื่อดีไซน์เปลี่ยน ชั้นวางโครงเหล็กใช้ซ้ำได้หลายปี ส่วนโครงกระดาษออกแบบมาสำหรับ 1–3 งาน แล้วสั่งพิมพ์ใหม่ตามแคมเปญ

Q: ควรมีแท่นวางสินค้ากี่ชิ้นในบูถ 3×3 เมตร? A: ขั้นต่ำที่แนะนำคือ เคาน์เตอร์บูถ 1 ตัว บวกกับชั้นวางสินค้า 1 ชุดหรือโต๊ะชงชิม 1 ตัว ขึ้นอยู่กับว่าสินค้าต้องการ Demo หรือ Self-service มากกว่ากัน

Q: สั่งทำแท่นวางสินค้าใช้เวลากี่วัน? A: โดยทั่วไป 5–7 วันทำการหลังยืนยัน Artwork แนะนำสั่งก่อนงานอย่างน้อย 2 สัปดาห์

สรุป: แท่นวางสินค้าที่ดีคือตัวคูณยอดขายของบูถ ไม่ใช่แค่ที่วางของ

บูถที่มีแท่นวางสินค้าครบและถูกประเภท ลูกค้าจะรู้สึกถึงความแตกต่างทันทีที่เดินเข้ามา สินค้าหยิบง่าย มีจุดทดลอง มีจุดจ่ายเงินชัดเจน และแบรนด์ปรากฏอยู่ทุกที่ในบูถ ทั้งหมดนี้เพิ่มทั้ง Conversion และ Brand Recall พร้อมกัน

PIM24 มีแท่นวางสินค้าทุกประเภทที่พูดถึงในบทความนี้ พร้อมบริการออกแบบกราฟิกและผลิตครบวงจร ติดต่อทีมงานได้ที่ Line: @pim24 หรือโทร 081-247-3560 เพื่อรับคำแนะนำและใบเสนอราคาฟรี

👉 ดูโต๊ะชงชิม บูถชงชิม 👉 ดูเคาน์เตอร์บูถทุกรุ่น 👉 ดูชั้นวางสินค้าโครงเหล็กและโครงกระดาษ 👉 ดูอุปกรณ์ออกบูถครบวงจร

PIM 24 โรงพิมพ์อุปกรณ์ออกบูธ เพื่อใช้ในงานโฆษณาแบบครบวงจร

โรงพิมพ์อุปกรณ์ออกบูธ งานพิมพ์ผ้า งานพิมพ์ Inkjet งานพิมพ์ Digital Offset งานพิมพ์ Offset กล่องแพ็คเกจจิ้ง สั่งผลิตจำนวนมาก ราคาพิเศษ เพื่อใช้ในงานการตลาดการขายและโฆษณาแบบครบวงจร

ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์ออกบูธคุณภาพ เช่น การทำ แบคดรอปผ้า (backdrop ผ้า), โรลอัพผ้า (roll up), กล่องไฟผ้า (fabric lightbox), เคาน์เตอร์ผ้า (fabric counter), ธงญี่ปุ่น (J-Flag), กล่องลูกฟูก, ฉลากสินค้า, กล่องแพ็คเกจจิ้ง ครบวงจรราคาดีที่สุด ผลิตเร็ว ราคาถูก ส่งรวดเร็ว คุณภาพมาตรฐานระดับสากล

สนใจสอบถามสินค้า >>> https://lin.ee/5CenwJj

☎️ โทร. ติดต่อฝ่ายขาย

081-247-3560 (Sale ใหม่)

081-247-3564 (Sale มด)

081-247-3565 (sale ตั้ม)

081-247-3562 (sale กานต์)

Share the Post: