วันสิ่งแวดล้อมโลก กับบทบาทของโรงพิมพ์ในการลดผลกระทบต่อโลก

วันสิ่งแวดล้อมโลก กับบทบาทของโรงพิมพ์ในการลดผลกระทบต่อโลก | PIM24

วันสิ่งแวดล้อมโลก กับบทบาทของโรงพิมพ์ในการลดผลกระทบต่อโลก

ทุกวันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี โลกหยุดเพื่อระลึกถึงสิ่งที่เรากำลังสูญเสียไป โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNEP ริเริ่ม วันสิ่งแวดล้อมโลก ตั้งแต่ปี 2515 เพื่อกระตุ้นให้ทั้งภาครัฐ เอกชน และปัจเจกบุคคลหันมาตั้งคำถามกับพฤติกรรมของตัวเองอย่างจริงจัง

แต่มีอุตสาหกรรมหนึ่งที่แทบไม่ค่อยถูกพูดถึงในบทสนทนาเรื่องความยั่งยืน ทั้งที่มีส่วนสร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างมีนัยสำคัญ นั่นคืออุตสาหกรรมการพิมพ์

เมื่อกระดาษและหมึกไม่ได้บริสุทธิ์อย่างที่คิด

คนทั่วไปมักมองโรงพิมพ์เป็นเพียงสถานที่ผลิตสิ่งของ ไม่ว่าจะเป็นโบรชัวร์ บรรจุภัณฑ์ หรือนิตยสาร แต่เบื้องหลังสิ่งพิมพ์หนึ่งชิ้นนั้นมีต้นทุนทางสิ่งแวดล้อมที่ซ่อนอยู่หลายชั้น

ตัวเลขจากองค์กรวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมชี้ให้เห็นว่าอุตสาหกรรมกระดาษและเยื่อกระดาษโลกใช้น้ำในกระบวนการผลิตมากถึง 10% ของปริมาณการใช้น้ำในภาคอุตสาหกรรมทั้งหมด ขณะที่หมึกพิมพ์แบบดั้งเดิมหลายชนิดมีสารประกอบอินทรีย์ระเหย (VOCs) ที่ส่งผลเสียต่อคุณภาพอากาศและสุขภาพของพนักงานในโรงงาน

นอกจากนี้ กระบวนการฟอกขาวกระดาษยังเคยพึ่งพาคลอรีนซึ่งทิ้งสารพิษลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ แม้ปัจจุบันจะมีเทคโนโลยีฟอกขาวแบบปลอดคลอรีนแล้ว แต่การเปลี่ยนผ่านยังไม่ครบถ้วนในทุกส่วนของโลก

ปัญหาไม่ได้หยุดอยู่แค่กระบวนการผลิต หลังจากสิ่งพิมพ์ทำหน้าที่เสร็จแล้ว ส่วนใหญ่กลับกลายเป็นขยะในหลุมฝังกลบแทนที่จะถูกนำกลับมาใช้ใหม่ โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์ที่เคลือบด้วยสารหลายชนิดซึ่งยากต่อการรีไซเคิล

เครื่องพิมพ์ออฟเซตในโรงพิมพ์อุตสาหกรรม

โรงพิมพ์ยุคใหม่กำลังเปลี่ยนสมการ

แต่เรื่องราวในวันสิ่งแวดล้อมโลกไม่ได้มีแต่ด้านมืด

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โรงพิมพ์ชั้นนำทั้งในไทยและต่างประเทศกำลังปรับตัวอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยแรงขับเคลื่อนจากสองทิศทางพร้อมกัน คือแรงกดดันจากลูกค้าที่ตระหนักรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ทำให้การพิมพ์รักษ์โลกไม่ได้หมายความว่าคุณภาพต้องลดลงอีกต่อไป

การเปลี่ยนจากหมึกตามธรรมเนียมสู่หมึกฐานน้ำและ UV

หมึกพิมพ์ฐานน้ำ (Water-based Ink) ปล่อย VOCs น้อยกว่าหมึกแบบ Solvent-based อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่หมึก UV Curing ที่ใช้แสงอัลตราไวโอเลตในการแห้งตัวแทนความร้อนนั้น นอกจากจะลดการปล่อยสารระเหยแล้ว ยังประหยัดพลังงานในกระบวนการผลิตอีกด้วย

โรงพิมพ์บางแห่งในไทยยังหันไปใช้หมึกที่ทำจากน้ำมันถั่วเหลือง (Soy-based Ink) ซึ่งมาจากแหล่งทรัพยากรหมุนเวียน ย่อยสลายได้ง่ายกว่า และให้สีที่สดใสไม่แพ้หมึกปิโตรเลียม

กระดาษรีไซเคิลและการรับรอง FSC

ปัจจุบัน กระดาษที่มีใบรับรอง FSC (Forest Stewardship Council) กลายเป็นมาตรฐานที่โรงพิมพ์รับผิดชอบทั่วโลกยึดถือ เป็นการยืนยันว่าไม้เยื่อที่ใช้ผลิตกระดาษมาจากป่าที่บริหารจัดการอย่างมีความรับผิดชอบ ไม่ใช่การบุกรุกทำลายป่าธรรมชาติ

ขณะเดียวกัน กระดาษรีไซเคิลก็ไม่ได้ด้อยคุณภาพอย่างที่หลายคนเข้าใจผิดอีกต่อไป เทคโนโลยีการแปรรูปกระดาษเก่าให้กลับมาได้มาตรฐานการพิมพ์พัฒนาขึ้นมากจนสามารถใช้กับงานที่ต้องการความคมชัดสูงได้แล้ว

กระดาษรีไซเคิลและหมึกพิมพ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

มาตรฐานและการรับรองที่บอกว่าโรงพิมพ์นี้จริงจัง

หนึ่งในความท้าทายของการเลือกโรงพิมพ์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมคือ ไม่ใช่ทุกที่ที่อ้างว่า “รักษ์โลก” จะทำได้จริง การรู้จักมาตรฐานการรับรองที่เป็นที่ยอมรับจึงเป็นสิ่งสำคัญ

ISO 14001 คือระบบบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่บริษัทต้องมีกระบวนการวัดผลและปรับปรุงผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ประกาศเจตนาแล้วจบ

ISO 12647 เป็นมาตรฐานคุณภาพการพิมพ์ที่ช่วยลดของเสียจากการปรับแต่งสีซ้ำซาก เพราะเมื่อควบคุมคุณภาพได้ตั้งแต่ต้น ก็ลดกระดาษและหมึกที่ต้องทิ้งเพราะงานไม่ผ่าน

Carbon Neutral Certification บางโรงพิมพ์ถึงขั้นซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในกระบวนการผลิต แม้จะเป็นมาตรการเสริม ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่รากเหง้า แต่ก็แสดงถึงความมุ่งมั่นที่วัดได้

ประสบการณ์จริงจากหน้างาน

นักออกแบบและเจ้าของแบรนด์ที่ทำงานร่วมกับโรงพิมพ์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมักพูดตรงกันว่า ขั้นตอนที่เปลี่ยนแปลงมากที่สุดไม่ใช่การเลือกกระดาษหรือหมึก แต่คือการวางแผนก่อนพิมพ์

โรงพิมพ์ที่มีมาตรฐานด้าน sustainability จะช่วยคำนวณปริมาณงานให้พอดีกับความต้องการจริง แทนที่จะแนะนำให้สั่งเผื่อเกินความจำเป็น เพราะสิ่งพิมพ์ที่ไม่ได้ใช้นั้นคือการสูญเปล่าในทุกมิติ ทั้งทรัพยากร พลังงาน และงบประมาณของลูกค้า

นอกจากนี้ หลายโรงพิมพ์ยังมีระบบจัดการของเสียหมึกที่เกิดจากการทำความสะอาดเครื่องพิมพ์ แทนที่จะปล่อยลงท่อระบายน้ำตามเดิม มีการรวบรวมส่งให้บริษัทรีไซเคิลเฉพาะทาง ซึ่งเป็นรายละเอียดที่ผู้ว่าจ้างทั่วไปมักไม่เห็น แต่มีผลต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง

ธุรกิจไทยกับการตัดสินใจที่ส่งผลจริง

สำหรับเจ้าของธุรกิจและฝ่ายการตลาดในไทย การเลือกโรงพิมพ์ไม่ใช่แค่เรื่องราคาและคุณภาพอีกต่อไป มันคือการส่งสัญญาณถึงลูกค้าและสังคมว่าแบรนด์ของคุณยืนอยู่ตรงไหนในประเด็นที่คนรุ่นใหม่ใส่ใจมากขึ้นทุกปี

การสำรวจผู้บริโภคหลายชิ้นในช่วงห้าปีที่ผ่านมาชี้ให้เห็นว่าคนรุ่นมิลเลนเนียลและเจน Z พร้อมจ่ายแพงกว่าเพื่อสินค้าที่มาจากแบรนด์ที่มีจริยธรรมด้านสิ่งแวดล้อม และบรรจุภัณฑ์คือหนึ่งในจุดสัมผัสแรกที่พวกเขาใช้ประเมินความจริงใจของแบรนด์

บรรจุภัณฑ์ที่พิมพ์ด้วยกระดาษรีไซเคิล ไม่เคลือบพลาสติก และใช้หมึกที่ปลอดภัย ไม่ได้บอกแค่ว่าสินค้านี้รักษ์โลก มันบอกว่าแบรนด์นี้คิดมากกว่าแค่ยอดขายในไตรมาสนี้

ดิจิทัลทำให้การพิมพ์หายไปหรือเปล่า?

คำถามที่มักเกิดขึ้นในบทสนทนาเรื่องนี้คือ เมื่อโลกเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มตัว ทำไมยังต้องพิมพ์อยู่?

ความจริงคือความต้องการสิ่งพิมพ์ไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบ บรรจุภัณฑ์สินค้า ป้ายสาธารณะ หนังสือ ฉลากยา และสื่อการเรียนรู้ยังคงต้องพึ่งพาการพิมพ์อยู่มาก และในบางกรณี สิ่งพิมพ์ยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าสื่อดิจิทัลในระยะยาวด้วยซ้ำ เมื่อคำนึงถึงพลังงานที่ใช้ในการดูแลโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลตลอดอายุการใช้งาน

คำถามที่ถูกต้องกว่าจึงไม่ใช่ “พิมพ์หรือไม่พิมพ์” แต่คือ “พิมพ์อย่างไรให้รับผิดชอบต่อโลก”

สิ่งที่โรงพิมพ์ยังทำได้อีก

แม้จะมีความก้าวหน้ามากแล้ว แต่อุตสาหกรรมการพิมพ์ยังมีพื้นที่ให้พัฒนาอีกมาก

การใช้พลังงานหมุนเวียนในโรงงานเป็นอีกก้าวที่หลายแห่งยังไม่ได้ทำ ขณะที่บางโรงพิมพ์ในยุโรปเริ่มทดลองใช้ระบบ AI ในการวางแผนการพิมพ์ เพื่อลดการสูญเสียกระดาษในขั้นตอน Make-ready ซึ่งเป็นช่วงที่มักเสียกระดาษมากที่สุดก่อนที่งานจะออกมาสมบูรณ์

การออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้แยกชิ้นส่วนได้ง่ายก็เป็นอีกประเด็นที่โรงพิมพ์สามารถให้คำปรึกษาแก่ลูกค้าได้ตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ แทนที่จะรอรับงานมาแล้วผลิตตามโดยไม่ตั้งคำถาม

วันสิ่งแวดล้อมโลก ปี 2026: ต่อยอดจากบทเรียนของปีที่แล้ว

ในปี 2025 ธีมหลักของวันสิ่งแวดล้อมโลกมุ่งเน้นไปที่การฟื้นฟูระบบนิเวศและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกภาคส่วน ซึ่งปลุกให้หลายอุตสาหกรรมเริ่มหันมาทบทวนตัวเองอย่างจริงจังมากขึ้น รวมถึงอุตสาหกรรมการพิมพ์ที่เริ่มเห็นการเคลื่อนไหวชัดเจนขึ้นในช่วงปลายปี

แต่การ “เริ่มต้น” ยังไม่เพียงพอ เพราะปี 2026 คือปีที่ต้องเห็นผลลัพธ์ที่วัดได้จริง โรงพิมพ์ที่วางแผนไว้ตั้งแต่ปีก่อนควรถึงเวลาแสดงตัวเลขการลดคาร์บอน รายงานการจัดการของเสีย หรืออย่างน้อยที่สุดคือการเปลี่ยนผ่านไปใช้วัสดุที่รับผิดชอบต่อระบบนิเวศอย่างเป็นรูปธรรม

กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมในหลายตลาดส่งออกสำคัญ โดยเฉพาะสหภาพยุโรป เริ่มกำหนดให้ซัพพลายเออร์ต้องยื่นเอกสารยืนยัน carbon footprint ตลอดห่วงโซ่การผลิต โรงพิมพ์ที่ปรับตัวได้ก่อนจะไม่เพียงรอดจากแรงกดดันนี้ แต่จะกลายเป็นตัวเลือกแรกในสายตาลูกค้าองค์กรที่ถูกบังคับให้ต้องสนใจเรื่องนี้เช่นกัน

วันสิ่งแวดล้อมโลก 2026 และการพิมพ์ยั่งยืน

บทสรุป: ทุกการพิมพ์คือการเลือก

วันสิ่งแวดล้อมโลกไม่ได้มีไว้แค่เพื่อตั้งปณิธานหรือแชร์ข้อความรักษ์โลกบน Social Media เท่านั้น แต่เป็นโอกาสที่ทุกธุรกิจจะหันกลับมาทบทวนว่า เราสามารถดำเนินงานได้อย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นหรือไม่

สำหรับอุตสาหกรรมงานพิมพ์ คำตอบนั้นเริ่มต้นได้จากรายละเอียดเล็ก ๆ ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพและใช้งานได้อย่างคุ้มค่า การวางแผนการผลิตเพื่อลดของเสีย ไปจนถึงการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาสร้างประโยชน์ในรูปแบบใหม่แทนการทิ้งให้สูญเปล่า

ที่ PIM24 เราเชื่อว่าความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เพียงกระแส แต่เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ เราจึงให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดการสูญเสียในกระบวนการผลิต และนำวัสดุส่วนเกินหรือวัสดุเหลือใช้มาประยุกต์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอนที่ทำได้

และสำหรับเจ้าของแบรนด์ นักการตลาด หรือผู้ประกอบการ การเลือกโรงพิมพ์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม คืออีกหนึ่งการตัดสินใจที่สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงบวกได้จริง ทั้งต่อแบรนด์ ธุรกิจ และโลกที่เราทุกคนอาศัยอยู่ร่วมกัน

เพราะทุกออเดอร์พิมพ์คือการเลือก และทุกการเลือกในวันนี้ คือส่วนหนึ่งของอนาคตที่เรากำลังสร้างร่วมกัน

PIM 24 โรงพิมพ์อุปกรณ์ออกบูธ เพื่อใช้ในงานโฆษณาแบบครบวงจร

โรงพิมพ์อุปกรณ์ออกบูธ งานพิมพ์ผ้า งานพิมพ์ Inkjet งานพิมพ์ Digital Offset งานพิมพ์ Offset กล่องแพ็คเกจจิ้ง สั่งผลิตจำนวนมาก ราคาพิเศษ เพื่อใช้ในงานการตลาดการขายและโฆษณาแบบครบวงจร

ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์ออกบูธคุณภาพ เช่น การทำ แบคดรอปผ้า (backdrop ผ้า), โรลอัพผ้า (roll up), กล่องไฟผ้า (fabric lightbox), เคาน์เตอร์ผ้า (fabric counter), ธงญี่ปุ่น (J-Flag), กล่องลูกฟูก, ฉลากสินค้า, กล่องแพ็คเกจจิ้ง ครบวงจรราคาดีที่สุด ผลิตเร็ว ราคาถูก ส่งรวดเร็ว คุณภาพมาตรฐานระดับสากล

สนใจสอบถามสินค้า >>> https://lin.ee/5CenwJj

☎️ โทร. ติดต่อฝ่ายขาย

081-247-3560 (Sale ใหม่)

081-247-3564 (Sale มด)

081-247-3565 (sale ตั้ม)

081-247-3562 (sale กานต์)

Share the Post: